รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 9 มี.ค. ยังถูกกดดันจากปัญหาเมืองในประเทศเป็นหลัก ส่งผลให้ดัชนีแกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบและส่วนใหญ่อ่อนตัวในแดนลบ โดยระหว่างวันดัชนีทะยานขึ้นสูงสุดที่ 722.51 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 716.60 จุด จนมาปิดตลาดที่ 718.77 จุด ลดลง 1.52 จุด หรือร้อยละ 0.21 ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13,701.96 ล้านบาท ส่วนตลาดเอ็ม เอ ไอ ปิดที่ 205.95 จุด ลดลง 0.81 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 65.41 ล้านบาท
ด้านสัดส่วนนักลงทุนแบ่งเป็นนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิที่ 1,186.27 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิที่ 551.82 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันขายสุทธิที่ 479.66 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิที่ 154.79 ล้านบาท
นายเจริญ เอี่ยมพัฒนธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคที ซีมิโก้ กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยซึม ๆ และแกว่งตัวในกรอบแคบ ๆ เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องการเมืองในประเทศ อีกทั้งไม่มีปัจจัยบวกใหม่ ๆ เข้าสนับสนุนบรรยากาศการลงทุน ส่วนการที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพื่อควบคุมการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงนั้น ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุนบ้างเล็กน้อย
ส่วนแนวโน้มวันที่ 10 มี.ค.นี้ คาดว่าดัชนีจะยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบ ๆ เพราะภาพรวมจากปัจจัยต่าง ๆ ยังไม่ชัดเจน โดยปัญหาการเมืองยังเป็นแรงกดดันตลาดหุ้นไทยตลอดทั้งสัปดาห์ ทำให้นักลงทุนไม่ค่อยกล้าเข้าลงทุนทั้งซื้อหรือขาย ซึ่งประเมินแนวรับที่ 705-710 จุด และแนวต้านที่ 725-730 จุด ด้านกลยุทธ์ แนะนำรอดูจังหวะเป็นหลัก หรือเล่นเก็งกำไรในระยะสั้น โดยเทขายเมื่อดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น.-สำนักข่าวไทย